ฝนตก
ขณะนั่งรอในโรงแรมเก่าๆ แถวนิมมาน นึกหาร้านที่จะไป อืมม คิดออกแล้ว ร้านนี้ดีกว่า เดินไปสักสองกิโล ก็ไหวอยู่ ขอร่มจากโรงแรมตอนฝนเริ่มจาง เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ หันไปทางดอยสุเทพ มีหมอกปกคลุมที่ยอดเขา แสงแดดค่อยๆ แทรกตัวออกมาตามเมฆ... ฝนหยุดแล้ว
ฉิบหายล่ะ
รถแล่นผ่านทำน้ำกระเซ็นมาโดนรองเท้าผ้าใบ อยากสบถออกมา แต่ช่างมันเถอะ รู้สึกเนือยๆ ไม่อยากคิดอะไรมาก เดินไปเรื่อยๆ ทางวัดสวนดอก เข้าซอยไปจนเจอร้านกาแฟชื่อ The Barn House
คนประเทศนี้นี่แปลก ชอบสร้างและตั้งชื่ออะไรเลียนแบบเมืองนอก ดัดจริต เหมือนพวกปาลิโอ้ ซานโตรินี่ เลียนแล้วก็ใช่ว่าจะเหมือน แต่คนก็แห่ไปถ่ายรูป เพ้อไปกับสิ่งปลอมๆ เพ้อไปกับภาพ ภาพที่ไร้จิตวิญญาณ ไม่ต่างจากของเล่นสมัยเด็ก ที่ฉาบด้วยสีสันหลอกล่อ นี่คือสังคมที่นิยมหนังแอ็คชั่นตลาด กับละครน้ำเน่า
บาร์น เฮาส์ เป็นชื่อของบ้านแบบชนบทอังกฤษ ที่ประยุกต์มาจากฟาร์ม ถูกนำมาใช้เป็นแนวความคิดในการตกแต่งร้านกาแฟนี้ เพดานเปิดโล่งดี ของตกแต่งสวย นั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะหลังร้าน เห็นกลุ่มเด็กอาร์ตๆ เซอร์ๆ นั่งดูดบุหรี่กันอยู่หน้าร้าน นึกถึงเบร็ด แอนเดอร์สัน สมัยก่อน เด็กพวกนี้น่าจะรู้จักกับบาริสต้าที่หน้าตาคมคายไม่แพ้กัน ช่างไม่เข้ากับเสียงเหน่ออู้คำเมืองแสนน่ารัก
เด็กแนวหลายคนผลัดกันมานั่ง และทักทายกัน คงจะเป็นที่โปรดของพวกเขา ร้านสีขาวดูสะอาดกับสเปซเปิดโปร่ง ก็ดูดีนะ ตัดกับของตกแต่งดิบๆ แนวเรโทร นั่งแล้วนึกถึงเพลงของ Nirvana พยายามเถื่อนแต่ติดหูฉิบหาย อนึ่ง เพลงในร้านฉไนเป็นบอสซาโนว่าโหลๆ ตกลงมันจะแนวไหน หรืออยากจะแนวแค่ไหนก็ยังขอตลาดอยู่ดี ทำไมไม่ลองเป็นตัวเองให้ที่สุดไปเลย
คิด
คิด
จริงๆ แล้ว ที่มาร้านนี้ เพราะแฟนเก่าเคยบอกจะพามา แต่ดันเลิกกันไปก่อนหน้าสองอาทิตย์ เลยต้องมานั่งแกร่วคนเดียว ถามว่าคิดถึงไหม คิดถึง เลยถ่ายรูปลง instagram แล้วตั้งชื่อว่า alone ... ขำปนสมเพสตัวเอง ใจ...ก็หวังนั่นแหละ ว่ามันจะมาหา
กาแฟหมดแก้วแล้ว ร้านสีขาว เริ่มกลายเป็นสีเทาแล้ว พื้นถนน เริ่มแห้งแล้ว คงจะต้องเดินกลับเสียที รถสีดำที่แล่นสวนทางมาคันนั้น จะเป็นมันหรือเปล่า มอง มองตามจนลับสายตา แล้วก็เดินต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น